การทำความสะอาดตู้ปลา
เมื่อปลาอยู่ในตู้ได้ซักพักความสกปรกก็เริ่มถามหา
น้ำเริ่มขุ่น มีเศษของเสียลอยไปมาบริเวณผิวน้ำและภายในตู้
คราบขาวละมุนหรือตะไคร่เขียวขึ้นงามดุจมรกตเกาะตามตู้
ด้วยสิ่งเหล่านี้ลำพังเพียงการเปลี่ยนน้ำอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ตู้ปลาสวยงามเหมือนเดิมได้เพราะปัญหาคราบต่างๆ
ที่ยังเกาะแน่นค้างตู้ก็ยังไม่ได้ถูกกำจัดไป สำหรับคราบสกปรกที่ว่านี้ใหม่ๆ
จะยังไม่มีครับ แต่จะเริ่มมีก็ราวๆ 1 เดือนหลังจากนั้น วิธีแก้ไขแบบเก่าๆ
ก็คือการขัดถูทำความสะอาดตู้โดยใช้ฟองน้ำหรือไม่ก็แปรงชนิดต่างๆ เข้าช่วย
แต่ข้อเสียของการใช้อุปกรณ์ที่ว่าอาจสร้างความสกปรกมากขึ้นภายในตู้ปลา
น้ำขุ่นคลั่ก และนอกจากนี้ยังทำความรำคาญให้ตัวปลาด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเศษฝุ่น
เศษละอองและคราบสกปรกต่างๆ ที่กระจายในตู้อาจมีโอกาสเล็ดลอดเข้าไปตามเหงือก ปาก
และตาทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอย่างเช่น โรคตาขุ่นและโรคเหงือกได้
ทางเลือกใหม่ที่สามารถช่วยลดปัญหานี้ได้ก็คือการใช้
“แปรงแม่เหล็ก” ขัดกระจกเข้าช่วย
แม้เจ้าแปรงตัวนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงอันนึงหลายร้อยบาทแต่การลงทุนครั้งนี้เพียงครั้งเดียวสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของเราได้มาก
ปัญหาที่มีเพียงอย่างเดียวของอุปกรณ์ชนิดนี้ก็คือทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง
ขัดได้เฉพาะเพียงด้านหน้าและด้านข้างของตู้เท่านั้น
ส่วนพื้นตู้และด้านหลังไม่สามารถขัดได้ (เฉพาะในกรณีที่วางตู้ชิดกำแพง
แต่ถ้าหากวางกลางบ้านจะขัดหลังตู้ได้ครับ)
ในส่วนที่ไม่สามารถขัดได้อย่างพื้นตู้และหลังตู้ ผมแนะนำให้ใช้ด้ามฟองน้ำเช็ดกระจก
หากด้ามยาวไม่พอให้ต่อท่อ PVC เสริมเพื่อจะได้จับเช็ดถูได้มั่นคงมากขึ้น
เวลาใช้งานก็ค่อยๆ เช็ดนะครับไม่ต้องรีบ เศษฝุ่นและคราบสกปรกจะได้ไม่กระจายมาก
การทำความสะอาดระบบกรอง
แม้จะมีการทำความสะอาดขัดถูตู้ปลาเป็นประจำแล้วแต่ก็ไม่วายที่น้ำก็ยังสกปรกอยู่เรื่อย
แล้วที่น่าแปลกใจก็คือน้ำขุ่นสกปรกเร็วกว่าเดิมจากที่เคยใสสะอาดเป็นแรมเดือนแต่เดี๋ยวนี่เพียงแค่
1-2 สัปดาห์ก็เริ่มออกอาการแล้ว
น้ำไม่ใสปิ๊งสวยงามอย่างที่เคยเห็น เอ... น้ำก็เปลี่ยนแล้ว ตู้ก็ขัดแล้ว
จะทำไงดีนะเพื่อให้ตู้ปลาของเรากลับมาใสสะอาดเหมือนเดิม ? เมื่อหาคำตอบของความสงสัยนั้นไม่ได้คราวนี้ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาเช็คระบบกรองแล้วว่ามีต้นตอจากจุดนี้รึเปล่า
? ระบบกรองเริ่มมีการอุดตันหรือสกปรก (สุดๆ ) รึยัง ??
หากตรวจเช็คดูแล้วพบว่าสกปรกจนไม่อาจทานทนได้ก็ไม่ควรรีรอแล้วล่ะครับ
เอาออกมาล้างกันเลย…อย่างที่ผมเคยกล่าวไปแล้วถึงข้อดีและข้อเสียของระบบกรองแต่ละชนิด…
ระบบกรองที่ล้างง่ายที่สุดก็คือ “กรองลูกตุ้มฟองน้ำ”
เพราะเพียงแค่เอาขึ้นมาแล้วจุ่มๆ บีบล้างลงในน้ำหลายๆ
ครั้งก็เป็นอันใช้ได้
(น้ำที่ล้างควรเป็นน้ำที่ถ่ายออกมาจากตู้นะครับไม่ใช่น้ำใหม่หรือน้ำปะปาเพราะหากใช้น้ำชนิดหลังอาจทำให้แบคทีเรียชนิดดีที่สั่งสมอยู่เสียหายตายหมดได้
สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือไม่ต้องบีบจนสุดหรือล้างซะจนสะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่เดี๋ยวแบคทีเรียจะหายหมดเช่นกัน)
ส่วนระบบกรองที่ล้างยากเป็นที่สุดก็คือ “ระบบกรองใต้พื้นทราย”
จริงๆ
แล้วระบบกรองชนิดนี้มักไม่ค่อยมีคนใช้กับการเลี้ยงปลามังกรนักเพราะในการล้างใหญ่แต่ละครั้งต้องล้างกันในตู้และที่สำคัญปลาก็ต้องย้ายออกด้วย...
มีความเสี่ยงสูงครับ นอกจากจากนี้ยังมีระบบกรองแบบอื่นๆ
อีกซึ่งผมขอแยกส่วนอธิบายกันดีกว่านะครับ เอาล่ะ ! เรามาเริ่มต้นด้วย
ระบบกรองแบบ Nanconnection ระบบกรองชนิดนี้ผมถือเป็นการกรองนอกตู้
เพียงแต่ว่าตำแหน่งการตั้งวางของมันอยู่ภายในตู้เท่านั้นเอง
(อยู่ใต้ฝาหรือด้านบนของตู้) ผมขอยกตัวอย่างว่าเป็นกรองแบบ 3
ถาดนะครับ “ใยแก้ว” ที่ชั้นบนสุด... Ceramic
Ring ที่ชั้นกลาง และ Substat ที่ชั้นล่างสุด
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าใยแก้วจะต้องเปลี่ยนสัปดาห์ละครั้งแต่ในส่วนของ Ceramic
Ring และ Substat ให้ล้างเพียงเดือนละครั้งก็พอ
วิธีล้างก็เพียงแค่โยกเขย่าวัสดุกรองนั้นลงไปในน้ำสะอาดก็พอเพื่อให้เศษของเสียชิ้นใหญ่ที่อุดตันหลุดออกไป
ไม่ต้องถึงขนาดนำวัสดุกรองออกจากถาดมาล้างข้างนอก
ที่สำคัญคือล้างในน้ำเปล่าก็พอไม่ต้องใช้น้ำร้อนเพื่อหวังฆ่าเชื่อโรคเพราะแบคทีเรียชนิดดีที่สะสมไว้จะตายกันหมด แต่ถ้ากรณีที่ถาดสกปรกมากหรือมีสิ่งอุดตันที่รูระบายน้ำอันนี้ก็คงต้องเทออกมาแล้วทำการขัดถูกันหน่อย
เรื่อง “ท่อ” ส่งน้ำก็สำคัญอย่ามองข้ามไปล่ะ
ท่อที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเดือนๆ จะมีคราบสิ่งสกปรกติดแน่นอยู่ภายใน
วิธีทำความสะอาดก็คือถอดออกมาล้าง (ทั้งท่อตั้ง ท่อแนวนอน และข้องอ)
มีแปรงสีฟันเก่าๆ ซักอันจะช่วยได้มากครับ สีๆ ขัดๆ
ลงไปในท่อให้ลึกที่สุดเท่าที่ทำได้จากนั้นก็เทน้ำลงไปในท่อและเคาะแรงๆ
ให้คราบสกปรกออกมา ทำซัก 2
ครั้งแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยจากนั้นก็เอาไปต่อให้เข้าที่ตามเติม ส่วน Power
Head 2-3 เดือนค่อยถอดออกมาล้างทีก็ได้ครับ NOTE : หากจำนวนปลามีน้อยซึ่งอาจหมายถึงเลี้ยงปลามังกรเพียงตัวเดียว
(ไม่มีเพื่อนร่วมตู้) ก็อาจยืดเวลาการทำความสะอาดระบบกรองให้นานขึ้นได้
อย่างใยแก้วที่เปลี่ยนสัปดาห์ละครั้งก็มาเป็นสัปดาห์เว้นสัปดาห์ และวัสดุกรองชนิดอื่นๆ
จากเดิมนำออกมาล้างเดือนละครั้งก็เป็นเดือนเว้นเดือนแทน ระบบกรองนอกตู้
ก็คือถังกรองชนิดต่างๆ อย่างเช่น Eheim หรือ Azoo ลักษณะภายนอกของเครื่องกรองแบบนี้ดูเหมือนจะล้างยากแต่จริงๆ
แล้วไม่ยากเพราะภายในถูกออกแบบให้เป็นชั้นๆ จึงง่ายต่อการเอาออกมาล้าง เวลาเอาวัสดุกรองออกมาล้างแต่ละครั้งก็แค่เขย่าๆ
ในน้ำเหมือนกับวิธีด้านบน
จากนั้นก็ทำความสะอาดภายในถังกรองด้วยฟองน้ำเมื่อเสร็จแล้วก็เอากลับเข้าที่เดิม
สำหรับใยแก้วในระบบกรองชนิดนี้จะเปลี่ยนไม่บ่อยเหมือนระบบอื่นนะครับคือนานๆ
จะเปลี่ยนครั้งแต่อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะเดือนละ 1-2 ครั้ง
ระบบกรองข้างตู้
สำหรับการล้างทำความสะอาดตู้กรองระบบนี้เรียกได้ว่ายากที่สุดในระบบกรองที่นิยมใช้กับปลามังกร
ด้วยเพราะเป็นระบบการกรองที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ
กรองน้ำได้สะอาดเอี่ยมมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อถึงเวลาทำความสะอาดก็ “อ่วม” ล่ะครับงานนี้
โดยปกติกรองข้างตู้จะมีชั้นกรองประมาณ 3 ชั้นและส่วนของ Power
Head จะแยกออกไป (ในกรณีที่ Power Head อยู่ในส่วนเดียวกันก็จะยิ่งล้างยาก)
ก่อนการล้างก็ควรลดน้ำในตู้ลงให้ต่ำกว่าหวีรองน้ำ (ถ้าจะให้ปลอดภัยควรลดมาซัก 1/3 ของตู้) เพื่อไม่ให้เศษคราบสิ่งปรกเล็ดลอดเข้าไปในตู้ได้ การทำความสะอาดระบบกรองชนิดนี้ต้องนำวัสดุออกมาล้างข้างนอกโดยเริ่มจากการเปลี่ยน
“ใยแก้ว” ก่อน... ให้เอาอันเก่าทิ้งไป
จากนั้นค่อยเอาวัสดุกรองที่เหลือออกมาล้างซึ่งโดยมากมักจะเป็น Bio Ball ปะการัง คาร์บอน ฯลฯ
วัสดุกรองแต่ละชนิดควรแยกถังใส่ไว้ต่างหากไม่ให้ปะปนกัน เมื่อเอาวัสดุกรองออกมาหมดแล้วจึงค่อยทำการล้างตู้กรอง
ใช้ฟองน้ำในการขัดล้างเพื่อสามารถเก็บคราบสิ่งปกสกปรกได้หมดจด ล้างๆ ขัดๆ
จนเมื่อมั่นใจว่าสะอาดแล้วจึงค่อยเติมน้ำเข้าไปเพื่อล้างคราบเกาะติดอีกครั้งแล้วจึงดูดน้ำออก
พอเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ล้างวัสดุกรองที่เหลือทุกอย่างให้สะอาดแล้วจึงนำเข้าจัดเรียงให้เหมือนเดิม
ระบบกรองใต้ตู้
ระบบกรองขนาดใหญ่นี้ดูแล้วเหมือนว่าจะล้างทำความสะอาดได้ยากที่สุดแต่จริงๆ
แล้วง่ายมากครับ อันดับแรกเลยก็ปิด Power
Head เมื่อปิดได้ซักพักน้ำภายน้ำตู้จะลดลดเหลือเพียงขอบหวีกั้นน้ำ
(หรือจะถ่ายออกให้เหลือ 1/3
ของตู้คล้ายการล้างในระบบกรองข้างตู้เพื่อให้การทำงานง่ายขึ้นก็ได้ครับ)
เมื่อมั่นใจได้ว่าน้ำในตู้จะไม่ไหลลงมาที่ตู้กรองด้านล่างอีกแค่นี้เราก็เริ่มทำการล้างระบบกรองได้เลย
ระบบกรองใต้ตู้ส่วนใหญ่วัสดุกรองที่ใช้จะมีการจัดวางไว้แยกส่วนของใครของมันตามช่องไม่ปะปนกัน
Bio Ball ก็ช่องนึง ใยแก้วก็ช่องนึง ปะการังก็ช่องนึง
เพราะฉะนั้นจึ่งง่ายต่อการทำความสะอาด ในส่วนของ Bioball ควรจะเอาออกมาล้างข้างนอกทั้งหมด
(วิธีล้างก็อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นคือล้างเบาๆ
ให้สิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่หลุดออกก็พอ ไม่ต้องขัดถูจนสะอาดเอี่ยม)
เปลี่ยนใยแก้วเป็นชุดใหม่ 
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น